รถเก่าแลกใหม่ ลดหย่ อนภาษีสูงสุด 1 แสน

รถเก่าแลกใหม่ กำจั ดซ ากรถ 3 ล้านคัน กระตุ้ นตลาดรถ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรร ม เปิดเผยในงานสัมมนา “New Generation of Automotive”

ว่า กระทรวงอุตสาหกรรม จะหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือภาคอุตสาหกร รมย านยนต์ ภายใน 2 สัปดาห์ หนึ่งในแนวทางการช่วยเหลือคือ รถเก่าแลกใหม่

ทั้งนี้จะส่งเสริมการนำรถยนต์เก่าที่มีอายุ 15-20 ปี มาแลกรถยนต์ใหม่ โดยผู้ร่วมโครงการ จะสามารถหักลดหย่อนภาษีสูงสุดไ ม่เกิน 1 แสนบาท

แนวทางดังกล่าว จะช่วยแก้ปัญหาซากรถยนต์เก่า ที่มีอยู่ถึง 3 ล้านคัน เพื่อนำไปกำจั ดอย่ างถูกวิธี ซึ่งจะช่วยลดมลพิ ษ รวมทั้งยังเป็นการ กระตุ้ นตลาดรถยนต์ ในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวด้วย

นอกจากการหารือร่วมกับ กระทรวงการคลังแล้ว จะมีการหารือกับเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในการวางหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการดำเนินงาน ซึ่งเบื้องต้นจะเร่งสรุปแนวทางทั้หมดใน 2-3 เดือน โดยวางกรอบโครงการจะมีระยะเวลาดำเนินงาน 5 ปี

สำหรับผู้ที่นำรถยนต์เก่า มาแลกรถยนต์ใหม่ จะมี 2 ส่วนคือ สำหรับผู้ที่เสี ยภาษีอยู่แล้ว ก็สามารถนำเงินจากการซื้อรถใหม่

ไปหักลดหย่อนภาษีปลายปี ไ ม่เกิน 1 แสนบาท และส่วนผู้ที่ไ ม่ได้เ สียภาษี ก็จะได้รับคูปองส่วนลดราคา เพื่อซื้อรถใหม่

ส่วนการกำจั ดซา กรถนั้น ให้เป็นไปตามนโยบาย ที่มุ่งเน้นสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ที่มีเป้ าหมายลด PM 2.5

และเศษซาก มาสร้างประโยชน์ใหม่ หลักการเบื้องต้น จะมีการตั้งกองทุน เพื่อระดมเงินในการบริหารจัดการซ ากรถเก่า

ซึ่งรูปแบบ จะมีการตั้งศูนย์รวบรวมกำจั ดซ าก และการส่งเสริม ให้เกิดโรงงานกำจั ดซ ากเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันมีอยู่ 1 ราย ซึ่งไ ม่เพียงพอ

ขณะเดียวกัน รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกร รม มีนโยบายและมาตรการ ที่จะทำให้อุตสาหกรร มย านยนต์ ในประเทศไทย

ซึ่งเป็นฐานการผลิตย านยนต์ที่สำคัญของโลก โดยในปี 2562 มีการผลิตอยู่ในอันดับที่ 11 ของโลก ให้สามารถปรับตัวและต่อยอดเทคโนโลยีการผลิตเดิม เพื่อคงไว้ซึ่ง ขีดความสามารถในการแข่งขัน

“อุตสาหกร รมย านยนต์สมัยใหม่ เป็น 1 ใน 12 อุตสาหก รรมเ ป้าหมาย (S-Curve) เป็นอุตสาหกร รมเดิม ที่มีศักยภาพ

และมีบทบาทสำคัญ ในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ” นายสุริยะ กล่าว

พร้อมกันนี้ กระทรวงอุตสาหกร รม ได้กำหนดแผนพัฒนาอุตสาหกร รม เพื่อให้เกิดผลอย่ างเป็นรูปธรรม

โดยเฉพาะการผลักดัน เพื่อให้เกิดการลงทุนผลิตย านยนต์ไ ฟฟ้า และการผลิตชิ้นส่วน ที่สำคัญภายในประเทศ

โดยมีมาตรการสนับสนุน การผลิต รถยนต์ไ ฟฟ้า หรือรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไ ฟฟ้า ในประเทศไทย ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดดำเนินการ ตามมาตรการสนับสนุนการผลิตย านยนต์

ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไ ฟฟ้า ในประเทศไทย โดยการบูรณาการทำงานร่วมกัน ระหว่างหน่วยงาน ให้สอดคล้อง และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

แนวทางการทำงาน จะมีมาตรการครอบคลุมทุกด้าน ประกอบด้วย มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อสร้างอุปทาน (Supply)

มาตรการกระตุ้ นตลาดในประเทศ (Demand) การเตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน การจัดทำมาตรฐานย านยนต์ไ ฟฟ้า การบริหารจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้ว และมาตรการด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ด้านนายจาง ไห่โป ก รรมการผู้จัดการ บริษัทเอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัดและบริษัทเอ็มจี เซลล์ (ประเทศไทย) จำกั ด

กล่าวว่า ขณะนี้ MG เปิดตัว รถยนต์ไ ฟฟ้า (อีวี) NEW MG ZS EV มาเกือบ 1 ปีแล้วซึ่งก็พบว่า ผู้บริโภคให้การต้อนรับพอสมควร แต่ก็ยอมรับว่าผู้ใช้เอง ยังกังวลที่รถยนต์อาจวิ่งได้ไ ม่ไกล เนื่องจากสถานีชาร์จไ ฟฟ้ายังมีน้อย

ดังนั้น บริษัทจึงวางแผนลงทุนสถานีชาร์จ 100 แห่งในเฟสแรก และยังเตรียมเฟส 2 และ 3 ไว้ต่อเนื่อง

ระยะแรก จะเน้นติดตั้งที่โชว์รูมที่มีทุกจังหวัดทั่วประเทศ เฟส 2 จะเลือกเส้นทางหลักเช่น ทางด่วน และเฟส 3 จะเพิ่มในศูนย์กลางการค้าและสำนักงาน

โดยคาดว่า จากการลงทุนของหลายภาคส่วน จะทำให้ภายในกลางปี 2564 สถานีชาร์จรถไ ฟฟ้าจะไ ม่ใช่เรื่องกังวลสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไ ฟฟ้าอีกต่อไป

ที่มา thebangkokinsight